คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวเรื่องการทำแท้ง

สิ่งที่ดีที่สุดของการรู้อายุครรภ์

 การรู้อายุครรภ์ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเพราะเมื่อเราทราบว่าตั้งครรภ์ได้กี่สัปดาห์เราก็สามารถที่จะวางแผนต่อว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ไม่ว่าเลือกจะตั้งครรภ์ต่อหรือยุติการตั้งครรภ์

หากต้องยุติการตั้งครรภ์หรือทำแท้งจะด้วยสาเหตุจำเป็นใดๆก็แล้วแต่บุคคล อายุครรภ์จะเป็นสิ่งที่บอกได้ว่ามันสมควรที่จะทำหรือไม่ และจะทำด้วยวิธีการใด อาทิ การใช้เครื่องมือทางการแพทย์ หรือการใช้ยาเม็ดขับเลือด ซึ่งในประเทศไทยอยู่ในระหว่างการรอขึ้นทะเบียน การจะยุติด้วยยาต้องรับการบริการจากแพทย์และพยาบาล เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการเอง ทั้งนี้ระยะเวลาจะสัมพันธ์กับอายุครรภ์ของผู้รับบริการที่สำคัญคือโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายต่อสุขภาพก็ลดลงตามขนาดของอายุครรภ์ คืออายุครรภ์น้อย ความเสี่ยงก็น้อย ใช้เวลาไม่มาก ค่าใช้จ่ายน้อย หากอายุครรภ์มาก การยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกต้อง เหมาะสมโดยแพทย์แม้จะมีความปลอดภัย แต่ก็ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และสุขภาพกายของผู้รับบริการด้วย

เพราะฉะนั้น ทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์ การรู้อายุครรภ์จึงจำเป็น เราสามารถนับอายุครรภ์ได้โดยการคำนวณจากวันแรกของประจำเดือนครั้งล่าสุด จะรู้อายุครรภ์ว่ากี่สัปดาห์ หรือไปอัลตราซาวน์ เพื่อทราบอายุครรภ์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านได้เลย หากจะตั้งครรภ์ต่อก็วางแผนเรื่องการดูแลสุขภาพทั้งตนเองและครรภ์ หากต้องตัดสินใจยุติก็วางแผนในการจัดการตามเงื่อนไขของตนเองต่อไป

การรู้อายุครรภ์ก็เพื่อความปลอดของผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ไม่ว่าการตัดสินใจหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร 1663 ยินดีให้การปรึกษาเมื่อท้องไม่พร้อม เพื่อช่วยกันหาแนวทางการจัดการตามความเหมาะสมกับความต้องการของผู้รับบริการต่อไป

Please follow and like us:
error

หากเราต้องการทำแท้งเองที่บ้าน ด้วยยาทำแท้งที่ซื้อจากอินเตอร์เน็ตจะอันตรายไหม

ดิฉันได้ศึกษาเกี่ยวกับการทำแท้งด้วยตัวเองจากเว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลกซึ่งรณรงค์ในเรื่องของการให้ผู้หญิงไม่พร้อมมีบุตรได้ทำแท้งเองด้วยยาสอด cytotec หรือ misoprostol เป็นสิ่งที่ง่ายและปลอดภัย ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกยังบอกอีกด้วยว่าสามารถใช้ Mifepristone หรือ ru486 ควบคู่กันไปด้วยก็ได้จะทำให้ได้ผลดียิ่งขึ้น กระบวนการนั้นไม่ซับซ้อนกว่าการใช้ยาอื่น ๆ คุณจะได้รับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการใช้ยาสิ่งที่คาดหวังและเมื่อไปพบแพทย์ หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับขั้นตอนใด ๆ ของกระบวนการคุณสามารถติดต่อสายด่วน การทำแท้งด้วยยาไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในโรงพยาบาลหรือคลินิกปฐมพยาบาล 64 ความเสี่ยงของการทำแท้งด้วยยาเหมือนกันกับการแท้ง ประมาณ 15% ของการตั้งครรภ์ทั้งหมดสิ้นสุดในการคลอดก่อนกำหนด การแท้งบุตรเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในโรงพยาบาล แต่มักจะอยู่ที่บ้าน ผู้หญิงส่วนใหญ่รู้วิธีจัดการกับตัวเองและไปโรงพยาบาลเฉพาะในกรณีที่มีปัญหาเช่นเลือดออกหนักหรือมีไข้ การทำแท้งด้วยยาทำให้เกิดการแท้ง

Please follow and like us:
error

องค์กรอิสระสนับสนุนการทำแท้งอย่างเสรี แนะนำการใช้ยาทำแท้งอย่างถูกต้อง

วันนี้องค์การอิสระออกมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำแท้งดังนี้

  • ขั้นตอนแรก ให้ทานยา Ru486 เข้าไปก่อน 1 เม็ด
  • ขั้นตอนที่2 หลังจากนั้น 24 ชั่วโมง สอดยา ไมโซพรอสทอล (Misoprostol) 4 เม็ด โดยแบ่งเป็นครั้งละ 2 เม็ด แต่ละครั้งห่างกัน 12 ชั่วโมง

หากเลือดไหลน้อยกว่าที่คุณคาดการณ์ไว้หรือหากคุณสงสัยว่ากระบวนการการแท้งได้เริ่มขึ้นแล้วหรือไม่หลังจากที่ใช้ยาไมโซโพรสทอลโดสแรกไปแล้ว3 ชั่วโมงให้คุณสอดยาไมโซโพลสทอลอีกสองเม็ดไว้ใต้ลิ้นอมไว้30 นาทีจนเม็ดยาละลายหลังผ่านไป30 นาทีให้คายเม็ดยาส่วนที่เหลือทิ้ง 

หากเลือดของคุณยังไม่ไหลและคุณยังเหลือยาไมโซโพรสทอลอยู่ให้คุณทำแบบเดิมซ้ำคือสอดไมโซโพรสทอลไว้ใต่ลิ้นอมไว้30 นาทีแล้วคายทิ้งเช่นนี้ทุกๆ3 ชั่วโมงต่อไปได้เรื่อยๆจนกว่าจะเริ่มมีเลือดไหลได้สูงสุดไม่เกินอีก5 รอบ ทั้งหมด

เราแนะนำให้คุณใช้ยาไมโซโพรสทอลด้วยการสอดยาไว้ให้ลิ้น เนื่องจากวิธีนี้จะไม่มีตัวยาหลงเหลืออยู่ในร่างกายของคุณในกรณีที่คุณจำเป็นต้องไปโรงพยาบาล  เนื่องจากไม่มีการตรวจเลือดใดที่สามารถตรวจพบตัวยาไมโซโพราทอลในร่างกายของคุณได้ ดังนั้นแพทย์จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณพยายามทำแท้งเองด้วยยา

Please follow and like us:
error

ไซโตเทค-อาร์ยู 486″ อ้างเป็นยาทำแท้ง

cytotecdd

นานกว่า 20 ปีแล้วที่มีการพูดถึงยาเม็ดขาวๆเล็กๆที่ชื่อ RU486 หรือ อาร์ยู486 ซึ่งคิดค้นโดย เอเตียน โบลีเยอ ชาวฝรั่งเศส ซึ่งมีการลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทย โดยอ้างสรรพคุณว่าเป็น “ยาเม็ดทำแท้ง” ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับร้องเรียนจากผู้บริโภคว่า มีการลักลอบโฆษณาและจำหน่ายยาอาร์ยู 486 และยาไซโตเทคผ่านทางเว็บไซต์ เว็บบอร์ดต่างๆ  โดยโฆษณาว่าเป็นยาสอด ยาทำแท้ง ยาขับเลือด ยาเหน็บ ทำแท้ง ยาขับประจำเดือน มีการบรรยายสรรพคุณและวิธีใช้อย่างละเอียด

          รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ในฐานะโฆษก อย. บอกว่า อย. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการลักลอบจำหน่ายยา ทั้งไซโตเท็ค และอาร์ยู 486 ซึ่งก็ได้มีการสั่งปิดเว็บไซต์มาเป็นระยะๆ แต่ก็ยังไม่หมดสิ้น ซึ่งขณะนี้ทาง อย.กำลังดำเนินการติดตาม สืบสวน ตรวจจับเพื่อจะสาวให้ถึงต้นตอของทั้งผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายยาอาร์ยู 486  เนื่องจากยาตัวนี้ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย  ส่วนยาไซโตเทค จัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ที่ให้ใช้เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น ไม่สามารถนำมาจำหน่ายได้

          สำหรับยาไซโตเทค รองเลขาธิการ อย. อธิบายว่า มีลักษณะเป็นเม็ดสีขาวรูปหกเหลี่ยม มีขีดแบ่งครึ่งทั้งสองข้าง ตัวยาสำคัญคือ ไมโสโปรสตอล (Misoprostol) 200 ไมโครกรัม ยาตัวนี้มีข้อบ่งใช้คือ เป็นยารักษาแผลของลำไส้เล็กส่วนต้นและของกระเพาะอาหาร รวมทั้งที่เกิดเนื่องจากการใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) ในผู้ป่วยโรคข้อกระดูกอักเสบ รวมถึงใช้สำหรับป้องกันการเกิดแผลของกระเพาะอาหารที่เกิดจากการใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) เช่น แอสไพริน หรือใช้ในคนไข้ที่อยู่ในระยะเสี่ยงต่อการเกิดแผลในกระเพาะอาหารแทรกซ้อน เช่น ผู้สูงอายุ หรือในคนไข้ที่มีโอกาสสูงที่จะเกิดแผลในกระเพาะอาหาร เช่น คนไข้ที่เคยมีประวัติว่าเคยมีแผลมาก่อน

          “ที่ต้องระวัง คือ ยาตัวนี้มีข้อห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ หรือสตรีที่มีแผนการตั้งครรภ์ เนื่องจากจะเพิ่มความแรงของการบีบตัวของมดลูกในเวลามีครรภ์ ซึ่งอาจจะทำให้การปฏิสนธิในครรภ์ถูกขับออกเป็นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และห้ามใช้ในผู้ป่วยที่พบว่าแพ้สารโปรสตาแกลนดิน ขณะเดียวกัน ก็ต้องระวังในกรณีของผู้ป่วยที่มีโรค ซึ่งเมื่อความดันโลหิตลดลงจะก่อให้เกิดอาการแทรกซ้อนที่ รุนแรง เช่น โรคทางสมองและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดโคโรนารีย์ หรือโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดส่วนขอบขั้นรุนแรง รวมทั้งความดันโลหิตสูง”

          ส่วนยาอาร์ยู 486 นั้น โฆษก อย. บอกว่า ยาอาร์ยู 486 เป็นสเตียรอยด์สังเคราะห์ มีตัวยาสำคัญคือ Mifepristone 200 มิลลิกรัมต่อ 1 เม็ด เป็นยาที่ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจาก อย. เนื่องจากยาชนิดนี้เข้าข่ายยาที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านอื่นๆ หรืออาจก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม และอาจมีการนำมาใช้ในทางที่ผิดได้ง่าย ที่สำคัญยังขาดข้อมูลทางวิชาการบางส่วนด้วย

           สำหรับในประเทศไทยการจะทำแท้งหรือยุติการตั้งครรภ์ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดและทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งแพทยสภาได้ออกข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ตามมาตรา 305 แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2548 ให้เป็นไปตามเงื่อนไขเพียง 2 ข้อหลักๆ คือ

1.เป็นกรณีที่จำเป็นต้องกระทำ เนื่องจากปัญหาสุขภาพทางกายของหญิงตั้งครรภ์ หรือ 2.เป็นกรณีที่จำเป็นต้องกระทำ เนื่องจากปัญหาสุขภาพทางจิตของหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งต้องได้รับการรับรอง หรือเห็นชอบจากผู้ประกอบการวิชาชีพเวชกรรมที่มิใช่ผู้กระทำการยุติการตั้งครรภ์อย่างน้อยหนึ่งคน

นอกเหนือจากนี้แล้วถือเป็นการทำแท้งเถื่อน  และเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอาจจะมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้

 

Please follow and like us:
error

ทำไมสาร Prostaglandins ถึงมีฤทธิ์ในการทำแท้ง

                สาร Prostaglandins เป็นชื่อทางเคมีของ cytotec  ซึ่งสามารถใช้เป็นยาเดี่ยวหรือใช้ร่วมกับยาอื่นๆเช่น Mifepristone(Ru486) โดยขนาดยาและช่องทางการให้ยาจะกล่าวถึงต่อไปในประเทศไทยนั้นมักอยู่ในรูปยาเม็ดสีขาวหกเหลี่ยมขนาด 200 ug ต่อเม็ดโดยยาจะทำให้เกิดการอ่อนนุ่มของปากมดลูกละทำให้เกิดการหดรัดตัวของมดลูกโดยมีผลข้างเคียงที่พบบ่อยได้แก่ไข้หนาวสั่นท้องเสียท้องอืดและคลื่นไส้อาเจียน
 
ความจริงแล้ว Misoprostol เป็นยาใช้ช่วยในการยับยั้งการหลั่งของกรดน้ำย่อยในกระเพาะอาหารใช้สำหรับการรักษาอาการแผลของลำไส้เล็กส่วนต้น  ของโรคกระเพาะอาหารทั่วไปหรือในรายที่คนไข้มีการใช้ยากลุ่มต้านการอักเสบที่มิใช่สเตียรอยด์ เพื่อป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารสำหรับผู้ป่วยในรายที่ต้องกินยาต้านการอักเสบนานๆ เพราะจะมีแนวโน้มเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารได้ง่าย
 แต่เนื่องจากตัวยาดังกล่าวมีฤทธิ์ในการบีบมดลูกจึงมีการนำมาใช้เป็นยาเหน็บช่องคลอดเพื่อการทำแท้ง ส่วนผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นคือ ยาอาจจะให้เกิดอาการปวดท้องและตกเลือดอย่างรุนแรงได้ โดยเฉพาะการใช้ยาในบางช่วงอายุครรภ์ที่อาจเกิดอันตรายได้มากกว่าปกติ หรือ หากเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูกก็ยิ่งมีการตกเลือดอย่างรุ่นแรงมากขึ้น หรืออาจเกิดอาการมดลูกปริแตก ในกรณีที่ผุ้ใช้ยาผ่านการผ่าตัดมดลูกมาก่อน อาการทั้งหมดนี้อาจส่งผลถึงกับชีวิตได้
 
              ยา Misoprostol ตัวนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา สำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยา (อย.) ได้จัดให้เป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ในโรงพยาบาล  ซึ่งส่งผลให้เกิดการลักลอบขายยาในราคาที่สูงขึ้นมากทั้งในช่องทางลักลอบที่ผิดกฎหมาย

 
 

Please follow and like us:
error

เมื่อใช้ cytotec ร่วมกับ mifepristone จะมีประสิทธิภาพแค่ไหน

การใช้ยา Ru486 ร่วมกับสารสังเคราะห์ ที่มีโครงสร้างคล้ายพรอสตาแกลนดินเช่น ไมโซพรอสตอลในการยุติการตั้งครรภ์ จะเพิ่มประสิทธิภาพในการขับชิ้นส่วนของการตั้งครรภ์ออกมาได้ง่ายขึ้น

การศึกษาทางคลินิกขององค์การอนามัยโลกพบว่าอัตราความสำเร็จของการใช้ยามิฟิพริสโตนขนาด 200 มิลลิกรัมควบคู่กับ ยา cytotec ขนาด 800 ไมโครกรัม ( 4 เม็ดๆละ 200 ไมโครกรัม) ที่ให้โดยการสอดช่องคลอดหรืออมใต้ลิ้น เพื่อการยุติการตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ ไม่เกิน 63 วัน อยู่ที่ 93.9 – 95.4 % (แท้งครบ)

ส่วนความล้มแหลวของการยุติการตั้งครรภ์โดยใช้ยาเกิดขึ้นได้ประมาณ 4.6 – 6.1 % ซึ่งในจำนวนนี้พบว่า
0.3 – 1.1 % ยังคงตั้งครรภ์อยู่ส่วน 2.8 – 4.3 % มีการยุติการตั้งครรภ์ไม่สมบูรณ์ (แท้งไม่ครบ)

Please follow and like us:
error

วิธีสังเกตตัวเองหลังทำแท้งว่ามีการติดเชื้อหรือไม่

การติดเชื้อหลังการทำแท้งด้วยยาเกิดขึ้นได้น้อยมาก ถ้าคุณรู้สึกอ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ไข้นานกว่า 24 ชั่วโมง หรือมีไข้มากกว่า 100.4 F/ 38 C อาการปวดท้อง ถ้าท้องของคุณรู้สึกเจ็บ หรือ กดแล้วนุ่ม หรือถ้าคุณตกเลือดเป็นจำนวนมากเป็นเวลานาน หรือถ้าคุณมีน้ำออกจากช่องคลอดที่มีกลิ่นเหม็น คุณอาจจะมีการติดเชื้อ ควรไปหาหมอทันที การติดเชื้อควรรักษาด้วยยาปฎิชีวนะ

          ไข้ที่เกิดหลังจากใช้ไมโซพรอสทอลเป็นเวลาไม่นานและดำรงอยู่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง และต่ำกว่า 100.4 F/ 38 C เป็นอาการข้างเคียงตามปกติ แต่ถ้าไข้นานกว่า 24 ชั่วโมง หรือ มากกว่า100.4 F/ 38 C ควรพบแพทย์

           การทำแท้งด้วยยาเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยเมื่อการทำแท้งด้วยเครื่องมือเป็นสิ่งที่อันตรายต่อสุขภาพของผู้หญิง หรือในพื้นที่ที่การแท้งอย่างปลอดภัยมีจำกัด ความเสี่ยงของการติดเชื้อเมื่อผู้หญิงคลอดบุตรยังมีมากกว่าเมื่อใช้ยาทำแท้ง

Please follow and like us:
error

สาวใจแตก กินยาขับเลือด ตายคาหอพัก

          สาวใจแตกกินยาขับเลือด ก่อนตกเลือดตายคาหอพัก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดผู้ตายอาจซื้อยามาทำแท้งเองที่ห้องหรือทำคลอดเองแล้วนำศพไปทิ้งที่คลองข้างหอพัก

          เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2557) พ.ต.ท.สาโรจน์ ซ่อนกลิ่น ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีคนพบศพภายในหอพักแห่งหนึ่ง ที่ ถ.พระปกเกล้า ซอย 3 ต. เกรียงไกร อ.เมือง จ.ลำพูนจึงรีบรุดไปตรวจสอบ

          ที่เกิดเหตุพบศพนางสาวจิรนันท์ มะโนแจ่ม อายุ 34 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้อง โดยภายในห้องน้ำพบศพเด็กทารกแรกเกิดถูกยัดในถุงพลาสติกและกรรไกรเปื้อนเลือดวางอยู่บริเวณอ่างล้างหน้า จากการสอบถามทราบว่าทราบว่าปกติผู้ตายมีนิสัยชอบเก็บตัวไม่ค่อยพูดคุยกับใคร โดยอาศัยอยู่ในหอพักนี้กับเพื่อน แต่เมื่อประมาณ 31 เดือนที่ผ่านมา เพื่อนผู้ตายได้เดินทางไปทำงานที่ จ.เชียงใหม่

          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายอาจกินยาขับเพื่อทำแท้งเอาเด็กออก หรืออาจทำคลอดลูกเอง ก่อนจะห่อศพใส่ถุงพลาสติกเพื่อจะนำไปทิ้ง แต่เกิดตกเลือดจำนวนมาก จึงพยายามออกจากห้องน้ำเพื่อโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ แต่ทนความเจ็บปวดไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะส่งศพของผู้ตายไปยังสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เพื่อพิสูจน์หาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้ง และจะเชิญตัวเพื่อนของผู้ตายมาสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตครั้งนี้ต่อไป

Please follow and like us:
error

ควรหรือไม่หากจะแก้กฏหมายทำแท้ง

ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เมื่อพบซากเด็กทารกถึงกว่าพันซากบริเวณโกดังเก็บศพวัดไผ่เงิน  และจากการพิสูจน์พบว่าศพดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการทำแท้ง หรือถ้าคิดตามประสาชาวบ้านก็คือ ซากศพเด็กทารกที่ยังไม่มีโอกาสแม้แต่จะลืมตาดูโลกเลยด้วยซ้ำ 

ข่าวคราวนี้ทำให้สังคมเริ่มตั้งคำถามกับการทำแท้ง และเริ่มมีการขุดคุ้ยเรื่องราวเกี่ยวกับการทำแท้งต่าง ๆ โดยเฉพาะที่เป็นการทำแท้งแบบผิดกฎหมายมากขึ้น ทำให้เกิดการขยายผลจับกุมสถานที่ทำแท้งเถื่อนหลายแห่ง  ซึ่งปรากฏว่าสถานที่ทำแท้งเถื่อนเหล่านั้น ส่วนใหญ่แทบเป็นการทำแท้งที่ไม่ได้ดำเนินการโดยแพทย์จริงๆ แต่อย่างใด สิ่งนี้นอกจากเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นเรื่องที่อันตรายสำหรับผู้หญิงที่มาทำแท้งอีกด้วย  และแม้ข่าวนี้จะเป็นเรื่องดีในการกวาดล้างคลินิกทำแท้งเถื่อนได้จำนวนหนึ่ง  แต่อย่างไรก็ตาม ข่าวการพบที่น่าสลดใจในครั้งนี้ก็ไม่อาจช่วยให้ใครหลาย ๆ คนหันกลับมามองสังคมไทยในทิศทางที่ดีขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้เราจึงจำเป็นต้องหาแนวทางแก้ไขเพื่อกอบกู้ความรู้สึกของคนในสังคมไทยกลับคืนมาในเรื่องนี้

แล้วอะไรคือสิ่งที่ควรแก้ไขเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว ?  ตอนนี้เริ่มมีสิ่งหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงในการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ก็คือเรื่องของกฎหมาย ซึ่งกฎหมายที่ว่าด้วยการทำแท้งนั้นได้มีหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือ  เริ่มมีการใช้ประมวลกฎหมายตราสามดวงในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในหมวดของพระอัยการทาส มาตรา 94  โดยมีสาระเป็นการแบ่งกำหนดการตั้งครรภ์ออกเป็นสองช่วง  คือช่วงสามเดือนแรกที่เรียกว่า “เขตรักษาท้อง” และช่วงหลังจากสามเดือนจนครบกำหนดคลอดเรียกว่า “ทศมาส”  ซึ่งในกฎหมายฉบับนี้กล่าวว่า  ไม่ว่าได้ตั้งครรภ์จะคลอดหรือแท้งก็ตาม ก็ให้ถือว่าเป็นการคลอดเด็กทั้งสิ้น  และการคลอดเด็กนั้นก็ยังให้สิทธิแก่ผู้หญิงในการที่จะทำคลอดหรือทำแท้ง  ดังเหตุผลที่ปรากฎในเอกสารประกอบการประชุมระดับชาติเรื่อง  “การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ : ประเด็นท้าทายการให้บริการทางด้านสาธารณสุขของรัฐ”  จัดโดย  บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ณ โรงแรมปรินซ์พาเลส  เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2538  ซึ่งเหตุผลทั้งสองข้อมีดังนี้คือ (1) การตั้งท้องของหญิงทุก ๆ คนนั้น  ไม่ว่าจะเป็นผู้ดีหรือไพร่ เป็นไทหรือเป็นทาส  จะท้องได้ก็ต่อเมื่อมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายเท่านั้น  ดังนั้นผู้ชายที่เป็นพ่อต้องรับผิดชอบ   ดูแลเอาใจใส่เป็นธุระต่อการตั้งท้องของผู้หญิง  ให้ผู้หญิงมี  ‘ความพร้อม’  ทั้งกายและใจในการจะเป็นแม่เด็ก และ (2) ถ้าผู้ชายที่เป็นพ่อไม่สนใจดูแล ทอดทิ้งจนผู้หญิง ‘ขาดความพร้อม’  จะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ดี แล้วผู้หญิงต้องไปทำแท้ง  กฎหมายถือว่าเป็นการคลอดแล้วเด็กตาย  ในกรณีที่ผู้หญิงเป็น ‘เมียทาส’ ให้ปรับสถานภาพเป็น ‘เมียไท’ เลย  ค่าตัวในการขายเป็นทาสทั้งหมดไม่ต้องชดใช้อีก

จากกฎหมายนี้แสดงให้เห็นว่า  ประเทศไทยให้ความสำคัญกับผู้หญิงในการให้สิทธิเรื่องของการคลอด  ซึ่งถ้ามองในมุมมองของสิทธิสตรีแล้วนับว่าเป็นเรื่องที่ดี  แต่ถ้ามองในมุมมองของสิทธิเด็กจะพบว่ามีข้อกังขาอยู่มาก  เพราะเด็กในครรภ์แทบจะไม่ได้รับการคุ้มครองเลย  และนอกจากที่ตัวบทกฎหมายนี้จะมีข้อกังขาแล้ว ในยุคหนึ่งที่ต่างชาติเริ่มเข้ามามีบทบาทอย่างมากในสังคมไทย  เรื่องของการทำแท้งดูจะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางความรู้สึกของคนในสังคมโลกตะวันตก  ประจวบกับคำสอนแทบจะทุกศาสนา ก็ยังถือว่าเรื่องของการทำแท้งนี้เป็นเรื่องของการทำบาปอย่างมาก  จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎหมายเรื่อยมา 

Please follow and like us:
error

วัยรุ่นใจแตกทำแท้ง ทิ้งศพหน้ารีสอร์ท

            วันที่ 10 ตุลาคม ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้ารีสอร์ทว่า ว่าพบศพเด็กทารกถูกทิ้งอยู่ในถุงขยะ หน้ารีสอร์ทชื่อสบายดีรีสอร์ท  จากนั้นพ.ต.อ.วิเชียร ประสิทธิ์พิชิต พงส.สน.บางโพงพาง จึงได้ไปนำกำลังไปตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบศพทารกเพศหญิงอายุประมาณ 6 เดือน สภาพศพถูกห่ออยู่ในผ้าเช็ดตัวข้างกันพบยาทำแท้งยี่ห้อ Ru486 ซึ่งเป็นยาควบคุมอยู่ในฟอยล์ ถูกห่ออยู่ในกระดาษสีขาวหลายชั้นทิ้งอยู่ในถุงขยะหน้าปั้มน้ำมัน ต่อมาพนักงานปั้มเดินมาเก็บขยะขึ้นรถ และเมื่อเปิดออกก็พบซากศพดังกล่าวจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

            เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ที่นำซากศพทารกมาทิ้งน่าจะเป็นเด็กวัยรุ่นใจแตกในละแวกดังกล่าวที่ท้องไม่พร้อมแล้วไปหาซื้อยาทำแท้งมาใช้เองที่บ้านทำให้คลอดก่อนกำหนด และนำศพมาทิ้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Please follow and like us:
error