การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และการทำแท้ง

     

          เนื่องจากสภาพของสังคมไทยในปัจจุบันได้มีการรับวัฒนธรรมทางตะวันตกเข้ามาอย่างมากมาย มีความเจริญทางวัตถุ ศีลธรรมถดถอย สภาพสังคมตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสื่อต่างๆ สถานเริงรมย์ สิ่งยั่วยุกามารมณ์ ปัญหายาเสพติด ครอบครัวแตกแยก รักในวัยเรียน การย้ายถิ่นห่างไกลจากครอบครัว เข้าสู่สังคมเมืองเพื่อการศึกษา เพื่อขายแรงงาน ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์เพิ่มมากขึ้น

         จากการศึกษาพบว่าผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานเกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์จากความประมาท 2 ลักษณะคือ ไม่คิดว่าการอยู่กับผู้ชายตามลำพังจะมีเพศสัมพันธ์จึงไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการป้องกัน หรือคิดว่าการมีเพศสัมพันธ์นานๆครั้งไม่น่าจะตั้งครรภ์ง่ายๆ ส่วนผู้หญิงที่แต่งงานแล้วสาเหตุของการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์คือขาดความรู้ในเรื่องการวางแผนครอบครัว ความไม่พร้อมที่จะมีลูกอันเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ หรือการตั้งครรภ์กับชายนอกสมรส

         เมื่อเกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ขึ้น ผู้หญิงมักเป็นฝ่ายที่ต้องตัดสินใจแก้ปัญหาแต่เพียงผู้เดียว และภายใต้ความกดดันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนด้านอายุ ครอบครัว สังคมและเศรษฐกิจ และทางแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มักเลือกกระทำคือ การทำแท้ง ทั้งๆที่ผู้หญิงเหล่านั้น ร้อยละ 42.7 รู้สึกเสียใจที่ต้องทำแท้ง และร้อยละ 76.6 รู้สึกกลัวอันตราย ที่จะเกิดจากการทำแท้ง

การทำแท้งตามหลักวิชาการในปัจจุบันแบ่งได้ 2 แบบคือ

1. Medical Abortion แท้งโดยใช้ยา

     กรณีตั้งครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ ใช้ Ru486(MTPill) รับประทานร่วมกับ สอดยา cytotec ได้ผล 98%

     กรณีตั้งครรภ์มากกว่า 9 สัปดาห์ สอดยา cytotec อย่างเดียว ผลสำเร็จ 85-90%

2. Surgical Abortion แท้งโดยใช้เครื่องมือ มี 3 วิธี

2.1 การดูดตัวอ่อน ซึ่งเป็นการทำแท้งระยะแรกคือไม่เกิน 8 สัปดาห์ วิธีการทำแท้งที่ใช้คือการดูด ทำโดยฉีดยาชาบริเวณปากมดลูก แล้วถ่างขยายออกให้กว้าง จากนั้นก็ใช้เครื่องดูดสูญญากาศ หรือปั้มลมต่อกับท่อเล็กๆ สอดเข้าไปในมดลูก ค่อยๆดูดตัวอ่อนออกมา อันตรายที่อาจเกิดได้ เช่น มดลูกทะลุ ติดเชื้อ และอักเสบ

2.2 การขูดมดลูก กระทำได้ตั้งแต่ครรภ์ 4-12 สัปดาห์ โดยการใช้แท่งขยายมดลูกสอดเข้าไปในปากมดลูกเพื่อให้ปากมดลูกขยายออก แล้วนำเครื่องมือขูดมดลูกสอดเข้าไปในมดลูกเพื่อขูด และตัดเอาทารกตัวอ่อน สายสะดือในมดลูกออกมา อันตรายนี้อาจเกิดได้เช่น มดลูกทะลุ มดลูกอักเสบ

2.3 การเร่งคลอด ใช้ในกรณีตั้งครรภ์ 16-26 สัปดาห์ โดยการฉีดน้ำเกลือเข้มข้น 20% เข้ามดลูกผ่านทางหน้าท้อง หลังจากนั้นก็ให้ยาเร่งคลอดในน้ำเกลือ ค่อยๆหยดทางสายน้ำเกลือเข้าเส้นเลือด บางคนอาจใช้ cytotec สอดช่องคลอดช่วยให้การคลอดง่ายขึ้นด้วย หลังจากนั้นเมื่อปวดท้องคลอด คนไข้ก็ต้องเบ่งคลอดเหมือนคนคลอดทั่วไป อันตรายก็เหมือนกับการคลอดทั่วไปแต่ทารกที่คลอดออกมาจะเสียชีวิต